Language: l
เยี่ยมชม
หอคำหลวง

ประวัติหอคำหลวง

ได้แนวคิดในการสร้างมาจากคุ้มหลวงหรือคุ้มเจ้า ซึ่งเปรียบเสมือนที่ออกว่าราชการของเจ้าผู้ครองหรือกษัตริย์ล้านนาในอดีต ประกอบด้วยศิลปะล้านนาในการก่อสร้างหอคำหลวง ศิลปะเชียงขวาง ในการก่อสร้างฉัตรบนยอดหลังคา ศิลปะเชียงแสนในการนำสิงห์มาประดับบันไดทางขึ้น ผู้สร้างหอคำหลวง คือช่างรุ่ง จันตาบุญ เป็นช่างทางล้านนา สำหรับลวดลายความสวยงามภายในหอคำหลวง ผู้ที่สรรค์สร้าง คือศาสตราจารย์ปรีชา เถาทอง ศิลปินชั้นเยี่ยม สาขาจิตรกรรม ปี พ.ศ. ๒๕๒๒

หอคำหลวง ได้จัดสร้างขึ้นเพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเฉลิมฉลอง 2 วาระโอกาสพิเศษ คือ 1.วาระโอกาสการครองราชย์ครบ 60 ปี 2.วาระโอกาสทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา เมื่อปีพ.ศ.2549

หอคำหลวงได้จัดสร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2547 แล้วเสร็จในปีพ.ศ.2549 มีพื้นที่ 3,000 ตารางเมตร ใช้ช่างสิบหมู่ล้านนากว่า 60 คน จาก 5 จังหวัดภาคเหนือในการสรรค์สร้างความสวยงามให้กับหอคำหลวง รูปกระต่ายที่แสดงบริเวณเหนือประตูทางเข้าแสดงถึงปีเกิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หอคำหลวงมีส่วนการจัดแสดงทั้งหมด 2 โซน

โซนชั้นบน ภายในโถงพระโรงมีการจัดแสดงต้นบรมโพธิสมภาร ซึ่งเป็นต้นไม้แห่งทศพิธราชธรรม แสดงพุ่มใบโพธิ์จำนวน 9 พุ่ม บนใบโพธิ์ทุกใบสลักหลักธรรมการปกครองของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใบโพธิ์มีจำนวน 21,915 ใบ เท่ากับจำนวนวันทรงครองราชย์ ภาพจิตกรรมฝาผนังด้านในนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เสด็จพระราชดำเนินไปเยื่ยมเยียนและให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ โซนชั้นล่าง จัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกีรยติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระอัจฉริยภาพในด้านต่างๆ และเป็นศูนย์รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจที่มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย

ช่างสิบหมู่ หมายถึง กลุ่มช่างผู้ทำงานด้วยมือ ใช้ แรงงานสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ไทยโบราณ ซึ่งอาจจะมาอยู่รวมกลุ่มหมู่กัน ตามความถนัดเป็นสิบ ๆ กลุ่ม ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่างานช่างศิลปะ ไทยโบราณ มีสิบอย่างเท่านั้นประเภทของช่างสิบหมู่
1. หมู่ช่างเขียนหมายถึง ช่างวาดภาพอันประกอบด้วยภาพจิตรกรรมและลายไทย ใช้ตกแต่งตาม ฝาผนังโบสถ์ วิหารต่างๆ
2. หมู่ช่างแกะหมายถึง ช่างแกะตรา ช่างแกะลาย และช่างแกะภาพ ภาพลอยตัว นูนสูง นูนต่ำ หมายรวมไปถึง ช่างเงิน ช่างทอง ช่างเพชรพลอย
3. หมู่ช่างสลักหมายถึง ช่างสลักหรือจำลองวัตถุเป็นประติมากรรมนูนต่ำ นูนสูง และลอยตัว เป็นรูปเคารพ วัสดุที่ใช้มักเป็นหินทราย ไม้สัก กระดาษ หยวกกล้วย
4. หมู่ช่างปั้นหมายถึง การปั้นประติมากรรมปูนสด ปั้นลวดลายตกแต่งเป็นรูปสัตว์หิมพานต์ พระพุทธรูปหน้าบันโบสถ์วิหาร ในงานสถาปัตยกรรมต่างๆ ของไทยตลอดจนการปั้นหุ่น เพื่อใช้หล่อสัมฤทธิ์
5. หมู่ช่างปูนหมายถึง ช่างปูนก่อ ปูนฉาบ ปั้นปูน ในการก่อสร้างถาวรวัตถุในพระพุทธศาสนาในวัด
6. หมู่ช่างรักหมายถึง ช่างที่ใช้ในการตกแต่งประสานงานกับช่างแขนงต่างๆ มีการลงรัก ปิดทอง ประดับกระจก ประดับมุก เครื่องเขิน
7. หมู่ช่างหุ่นหมายถึง ช่างทำหุ้นชนิดต่างๆ เช่น หุ่นกระบอก หัวโขน ช่างไม้ ทำหุ่นคนสัตว์ต่างๆ
8. หมู่ช่างบุหมายถึง ช่างที่นำโลหะมาตีแผ่ให้แบนออกเป็นรูปต่างๆ จะเป็นแผ่นแบน ธรรมดาๆ หรือจะเป็นรูปอะไรก็สุดแต่ เช่น กะทะทอง ถาดทองเหลือง ขันน้ำ เป็นต้น
9. หมู่ช่างกลึงหมายถึง งานศิลปะที่ใช้เครื่องมือกลึงเป็นรูปทรงต่างๆ โบราณใช้เครื่องมือกลึง เป็นแบบที่ใช้กำลังแรงคนทำการฉุดชักโดยตรงส่วนสำคัญของเครื่องกลึงวัสดุใช้กลึงเป็น งาช้าง ไม้ทำกลองแล้วลงรักปิดทอง เป็นต้น
10. หมู่ช่างหล่อหมายถึงช่างที่ทำแบบพิมพ์และหล่อประติมากรรม การหล่อทำโดยการนำของเหลว เช่น ปูนปลาสเตอร์ ขี้ผึ้ง โลหะที่หลอมเหลวแล้วเทลงในแบบพิมพ์เมื่อเย็นลงก็จะแข็งเป็นรูป ตามแบบพิมพ์

การจำแนกช่างไทยโบราณไว้ทั้ง 10 หมู่ ดังกล่าวนี้ เป็นเพียงการจัดเข้าหมู่กัน ให้ได้จำนวน 10 หมู่ แต่มิได้หมายจะให้ตรงกับคำว่า "ช่างสิบหมู่" เพราะยังมีช่างอีกพวกหนึ่งคือ ช่างทอง ไม่เข้าหมู่ช่างทั้งหลาย เพราะมีหน่วยงานเฉพาะ ทั้งเป็นช่างที่ต้องใช้ฝีมือมาก งานบางอย่างต้องซื่อสัตย์ สุจริต จริงๆ เพราะทองคำย่อมมีราคาสูง อาจจะต้องประกอบด้วยเพชร พลอย จึงเป็นหน่วยงานที่มักเรียกกันว่า "สุวรรณกิจ" มีหน้าที่ทำเครื่องราชูปโภคโดยเฉพาะ เป็นต้น"
ย้อนกลับ